ลองนึกดูเล่นๆว่า เรากำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียน มีหนังสือวางตรงหน้าคนละเล่ม เป็นแบบเดียวกับที่ครูมีเป๊ะ! แล้วก็เริ่มเรียนตามหนังสือกันไปเรื่อยๆ ตามองหนังสือ ขีดเส้นใต้ประโยคที่คิดว่ามันสำคัญ เชื่อว่าหลายคนคงขัดใจไม่น้อยเพราะคิดว่า ถ้าจะเรียนตามในหนังสือ อ่านเองที่บ้านก็ได้ และปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่าเบื่อ... หรือบางคนถ้าไม่กลัวว่าแปรงลบกระดานจะลอยมาหา คงหนีความน่าเบื่อไปเข้าเฝ้าพระอินทร์แน่

มันคงดีกว่าถ้าภายในห้องเรียนมีกิจกรรมบางอย่างมาทำให้การเรียนนั้นเกิดความสนุกสนาน เกิดวิธีการเรียนรู้จากสิ่งใหม่ๆที่อยู่นอกหนังสือเรียน และนั้นก็คือหน้าที่ของ "สื่อการสอน" สิ่งที่จะทำให้บทเรียนเดิมๆเกิดความน่าสนใจ ลองเปลี่ยนบรรยากาศ อะไรๆมันก็ดูจะน่าสนใจมากขึ้น



เกริ่นมาซะยาวเพื่อจะบอกว่า วันนี้เรามีสื่อการสอนที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง และขอยกมาเป็นตัวอย่าง เพื่อศึกษาในหัวข้อความสมบูรณ์ของสื่อการสอน ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับสื่อตัวนี้อย่างคร่าวๆกันก่อนดีกว่าค่ะ


สื่อการสอน : Let's See Asean
วิชา : สังคมศึกษา
สำหรับผู้เรียนช่วงชั้น : ประถมศึกษาปีที่ 6
ประเภท : วัสดุสิ่งพิมพ์

ส่วนประกอบภายในเล่ม มีดังต่อไปนี้

1. คู่มือการใช้สื่อ ประกอบด้วย เป็นกฎกติกาการเล่น และเฉลย

 


2. Pop Up แสดงรูปภาพของประเทศต่างๆในอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ พร้อมทั้งบอก เมืองหลวง ภาษา ประชากร และระบอบการปกครอง



3. ซองใส่สัญลักษณ์ทางราชการของแต่ละประเทศ



4. ซองใส่รูปภาพของเครื่องแต่งกายของแต่ละประเทศ



5. CD สื่อการสอน ภายในจะบอกวัตถุประสงค์ ความสำคัญ ช่วงชั้นที่เหมาะกับสื่อ และรายชื่อผู้จัดทำ




ความสมบูรณ์ของสื่อการสอน

·       มีสิ่งเร้า ตัวกระตุ้น และตอบสนองต่อความแตกต่าง
          สื่อการสอนมีลักษณะเป็นเกม ทำให้เกิดความท้าทายระหว่างผู้เล่น กระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นในการตอบคำถามแข่งกับผู้เล่นคนอื่นๆ และเป็นสื่อการสอนที่มีรูปแบบเนื้อหาค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งที่เป็นรูปภาพเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ ให้ผู้เล่นเลือกศึกษาตามความถนัดที่จะเลือกเรียนรู้ผ่านตัวอักษร หรือรูปภาพก็ได้

·       บอกวัตถุประสงค์หรือปลายทาง
          สื่อการสอนนี้มีวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ชัดเจน และสื่อที่ทำออกมาก็มีความสามารถที่จะตอบสนองวัตถุประสงค์ได้ครบถ้วน ทั้งกับผู้เรียน เช่น ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการเรียนรู้มากขึ้น และได้รู้จักประเทศอาเซียนมากขึ้น หรือกับทั้งตัวผู้สอน เช่น เป็นตัวช่วยสำหรับอาจารย์ผู้สอนว่าด้วยเรื่องประชาคมอาเซียน และทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

·       เนื้อหากิจกรรมที่หลากหลาย
          ตัวสื่อการสอนมีเนื้อหาที่จะสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนได้อย่างหลากหลาย ประกอบด้วย การแต่งกาย สัญลักษณ์ทางราชการ เมืองหลวง ภาษาที่ใช้ ประชากร การนับถือศาสนา และระบอบการปกครอง รวมถึงสื่อยังมีรูปภาพที่จัดทำในรูปแบบ Pop up จัดว่าเป็นสื่อที่มีเนื้อหาหลากหลายครบถ้วนทีเดียว

·       มีการติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน
          สื่อการสอนชุดนี้ยังขาดการติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน อาจเป็นเพราะไม่มีโอกาสได้นำไปใช้จริงเท่าที่ควร หรืออาจทำเป็นแบบประเมินสำหรับผู้เล่นเพื่อสำรวจความพึงพอใจ ถ้าหากมีการประเมินผลจากผู้เล่นว่าได้ความรู้มากน้อยเพียงใดจากสื่อชุดนี้จะทำให้สามารถนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้

·       ให้ข้อมูลย้อนกลับ
          เมื่อผู้เล่นตอบถูกหรือตอบผิด สื่อนี้ยังไม่สามารถตอบสนองต่อผู้เล่นได้ทันที การสร้างแรงจูงใจในการเล่นต่อจึงอาจไม่เกิดขึ้น แต่ก็สามารถทำได้หากผู้ที่เป็นกรรมการหรือผู้นำเล่นเกมจะใช้คำพูดที่ตอบสนองในทางชื่นชมหรือให้กำลังใจต่อผู้เล่นทันที 

สรุปโดยภาพรวมๆ 
·       ข้อดี
1.      เนื้อหาค่อนข้างครบถ้วน ได้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาเซียนได้ดี
2.      สื่อการสอนเข้าใจง่ายกับวัยที่ระบุไว้ คือชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไม่ซับซ้อน
3.      ขนาดกำลังดี พกพาสะดวก
4.      จำนวนของอุปกรณ์ที่ให้มากับสื่อ เหมาะสมกับผู้เล่นที่กำหนดไว้ในวิธีการเล่น
5.      ตอบวัตถุประสงค์ที่กำหนดมาได้ครบถ้วน
·       ข้อเสีย
1.      รูปภาพที่นำมาประกอบสื่อยังไม่ชัดเจนสวยงามเท่าที่ควร
2.      วัสดุที่ใช้ทำสื่อยังไม่แข็งแรงทนทานเท่าที่ควร
3.      คำใบ้ที่ให้มาใน Let's See ยังไม่สามารถสื่อถึงคำตอบได้


การศึกษาสื่อการสอนที่มีคุณภาพ จะทำให้เราสามารถผลิตสื่อการสอนที่มีคุณภาพและสามารถใช้ได้จริงเพื่อใช้ในการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นการพัฒนาทั้งตัวผู้เรียน และตัวผู้สอนด้วย
เคยลองสังเกตตัวเองบ้างไหมว่าเราเลือกที่จะรับรู้สิ่งต่างๆภายใต้กฎเกณฑ์แบบไหน?
เลือกที่จะฟัง หรือเลือกที่จะอ่าน
เลือกที่จะจด หรือเลือกที่จะจำ
เลือกที่จะเงียบ หรือเลือกที่จะฟังเสียงรอบข้าง
ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรือวิธีการ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดการรับรู้ที่แตกต่างกันไปของแต่ละบุคคล 


"เพราะคนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน"









สำหรับการเรียนรู้ที่ฉันคิดว่าเหมาะกับตัวฉันมากที่สุด คือ

"ขอเลือกที่จะฟัง มากกว่าที่จะอ่าน 
  ขอเลือกที่จะจำ มากกว่าจะจด"
ไม่แปลกที่ในห้องเรียนจะเห็นว่าฉันนั่งฟังอาจารย์พูดเฉยๆ ไม่ยอมจดหรือบันทึก นั่นแหละคือการเรียนรู้อย่างเต็มที่ที่ฉันกำลังทำอยู่ เพราะฉันคิดว่าการฟังให้เข้าใจและคิดตามในสิ่งที่กำลังพูด ฉันสามารถรับรู้ได้ดีกว่าการจดใส่สมุดแล้วนำกลับไปอ่านทำความเข้าใจทีหลังซึ่งอาจจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง หลายครั้งในชั้นเรียนที่ต้องฟังไปแล้วจดบันทึกไปด้วยมันทำให้ฉันเรียนไม่รู้เรื่อง การรับรู้ของฉันมักจะเสียไปในทันที การทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกันฉันจะไม่ค่อยทำมันออกมาได้ดีเท่าไหร่ ขอเลือกที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่า




"ขอเลือกที่จะสงบ มากกว่าจะมีเสียง
 ขอเลือกที่ที่คุ้นเคย มากกว่าที่ที่แปลกใหม่"
ความเงียบสงบ เป็นสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดในการเรียนรู้หรือตั้งใจจะทำอะไรบางอย่าง ทุกครั้งที่ฉันอ่านหนังสือสอบ ฉันเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในห้องนอนที่ปราศจากการรบกวนจากเสียงใดๆทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดสมาธิในการจดจำ ครั้งหนึ่งในสมัยมัธยม เป็นการสอบครั้งสำคัญและเป็นวิชาคณิตศาสตร์ที่ฉันต้องใช้สมาธิอย่างมาก เรียนว่าต้องมากกว่าคนอื่นๆเพราะไม่เก่งคณิตเป็นทุนเดินอยู่แล้ว แต่ตอนสอบดันได้นั่งติดกับประตูด้านที่มีลิฟท์ขึ้นลงอาคาร ระหว่างสอบก็จะได้ยินเสียงลิฟท์ดังตลอด เป็นการรบกวนสมาธิอย่างมาก ส่งผลให้การสอบครั้งนั้นฉันทำข้อสอบไม่ทัน และได้คะแนนที่ต่ำมาก จึงตั้งกฏไว้ในใจเลยว่า หากต้องใช้สมาธิก็ต้องห้ามมีเสียงรบกวนเด็ดขาด

"ขอเลือกช่วงเย็นเป็นหลัก ช่วงเช้าไว้พักสมอง"
อาจเพราะเป็นคนไม่ชอบตื่นเช้า เลยไม่ชอบที่จะเรียนรู้อะไรมากมายในช่วงเช้านัก เวลาอ่านหนังสือสอบมักจะชอบเลือกอ่านในช่วงเวลาบ่ายๆไปจนถึงเย็นๆ คิดว่าช่วงเย็นเป็นช่วงเวลาที่ตนเองสามารถรับรู้และเรียนรู้ได้มากที่สุด สมองได้ตื่นตัวอย่างเต็มที่ การเรียนก็เช่นกันฉันมักจะชอบเรียนคาบบ่ายมากกว่าคาบเช้า แต่ช่วงเวลาที่ฉันไม่สามารถจดจำอะไรได้เลยคือช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนไปแล้ว หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันสงบเหมาะกับการอ่านหนังสือ แต่สำหรับฉันมันคือช่วงเวลาที่ต้องนอนและพักผ่อน เพราะถ้าหากวันใดที่ฉันนอนไม่พอ วันทั้งวันฉันจะไม่สามารถทำอะไรออกมาได้ดีเลย




การเรียนรู้ของเราจะสำริดผลอย่างเต็มที่หรือไม่นั้น ฉันคิดว่าตัวเราเองจำเป็นต้องรู้ว่าเราสามารถเรียนรู้ได้ดี
ในสภาพแวดล้อมแบบใด วิธีการแบบไหน เวลาใดที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ 
บางคนชอบที่จะเรียนรู้ในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวันเพราะคิดว่ามันสงบ
บางคนเรียนรู้ได้ดีในที่ที่คุ้นเคย แต่บางคนเรียนรู้ได้ดีในที่ที่แปลกใหม่
บางคนชอบเรียนรู้จากการฟัง แต่บางคนชอบที่จะอ่านเองมากกว่า

เราควรเรียนรู้ตนเองเป็นอันดับแรกก่อนจะเรียนรู้สิ่งอื่น





นี่คือเรื่องราวของฉัน... 



ชื่อ พลอย ค่ะ เป็นลูกสาวคนสุดท้องของบ้าน สวยด้วย มีพี่ชายหนึ่งคนอายุห่างกัน 4 ปี ตอนเด็กๆ ที่บ้านเปิดเป็นร้านขายของชำ ขายดิบขายดีอยู่พักใหญ่ แต่ได้สักระยะหนึ่งก็ต้องปิดลง เนื่องจากสู้ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตครบวงจรอย่าง 7-11 ที่มาเปิดใหม่ข้างๆร้านของเราไม่ได้ ตอนนี้ครอบครัวของเราได้หันมาเอาดีด้านการทำขนมส่ง ยี่ห้อ ธนพร ถั่วกรอบแก้ว ทำมาได้ 4-5 ปีแล้ว และกิจการก็กำลังไปได้ดี

เมื่อสมัยประถม ก็เรียนโรงเรียนเล็กๆใกล้บ้าน เรื่องเต้นเรื่องรำนี่ขอให้บอก เหมือนเป็นของคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญอะไรก็แล้วแต่ เราต้องได้เต้นอยู่หน้าเสมอ ไม่ใช่ว่าเพราะเต้นสวยแต่เป็นเพราะความสูงไม่เอื้ออำนวยให้ไปเต้นอยู่ข้างหลัง

แต่ที่เห็นจะภูมิใจที่สุด คงจะไม่พ้นการประกวดนางนพมาศในโรงเรียน ซึ่งเป็นที่รู้ว่าลูกหลานท่านไม่จำเป็นต้องสวยเลิศ ขอให้แค่มีเงินนิดหน่อยไว้จ่ายเป็นค่าสมัครเป็นพอที่เหลือก็จัดแจงเองทุกอย่าง ชุดก็หามาเอง หน้าก็แต่งมาเอง และหากองเชียร์มาเองซึ่งตอนนั้นดีใจมาก ผลออกมาว่าได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง

แพ้ก็แต่ลูกครูใหญ่ที่ได้รางวัลชนะเลิศไป มารู้ที่หลังว่าเค้านับคะแนนจากดอกไม้ที่บรรดาพ่อแม่ซื้อมาให้ลูกหลานของตัวเอง ไม่ใช่วัดที่ความสามารถอะไรหรอก นึกแล้วก็ขำดี เป็นความทรงจำที่ยากจะลืม


พอโตขึ้นมาหน่อย ก็ได้เข้ามาเรียนโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด ทั้งมอต้นและมอปลาย พอจบชั้นมอต้น ก็ต้องเลือกแผนการเรียน เราก็เลือกที่จะเรียนสายศิลป์ - ภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าถ้าเรียนสายวิทย์ - คณิต คงไม่ไปรอดแน่ๆ เคยเกือบติด 0 ครั้งนึงวิชาคณิตศาสตร์ เลยไม่กล้าที่จะเสี่ยงและช่วงนี้แหละที่ได้เจอกับเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิตชื่อว่า ฟู่

ฟู่ เป็นเด็กผู้หญิงฟันเหยิน และผมหยักโศก เป็นคนสนุกสนาน และมีความจริงใจให้เพื่อนทุกคน
เวลาจะทำอะไร หรือไปไหนมาไหน เราจะไปด้วยกันเสมอ เราไม่เคยแม้แต่จะมีความลับต่อกัน เรารู้ใจกันว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรแม้ไม่ต้องพูด ในเวลาที่อีกฝ่ายมีปัญหา เราจะอยู่ข้างกัน คำว่า "ทิ้งกัน" ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเรา
เพื่อนแท้ ถึงมีเงินก็หาซื้อไม่ได้

คงไม่แปลกถ้าเด็กผู้หญิงคนนึงจะมีนักร้องในดวงใจที่รักที่ชอบ ขอสารภาพเลยว่าเป็นแฟนคลับตัวยง ของ กัน นภัทร หรือ กัน เดอะสตาร์ เป็นแฟนคลับพี่กันมาตั้งแต่ ม.5 ไม่ว่าจะเป็นเพลง ละครคอนเสิร์ต ไม่เคยพลาดสักงาน มีความสุขที่ได้ติดตาม ได้ร้องเพลงของพี่กัน พี่กันเป็นเสมือนไอดอล เป็นแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำสิ่งดีๆหลายๆอย่าง สิ่งที่ทำให้ชอบพี่กันมากๆ คือนอกจากจะร้องเพลงสตริงเพราะแล้ว ยังร้องเพลงลูกกรุงได้เพราะมาก ถ้าไม่เชื่อไปหาคลิปดู'กัน'นะ 


เหตุผลที่เข้ามาเรียน มศว ไม่ใช่เพราะฟลุ๊คสอบติดเลยเอา แต่อยากเข้ามาเรียนที่นี่เป็นความตั้งใจแรกอยู่แล้ว พอสอบติดเลยไม่จำเป็นต้องลังเลว่าจะเอาหรือไม่เอา ปัจจุบันนี้เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นอะไรที่ต้องปรับตัวอย่างมากกกกกกก ต้องเจออะไรใหม่ๆมากมาย ต้องมาอยู่หอตอนปี 1 ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนที่ติดบ้านสุดๆ วันที่แม่มาส่งเข้าหอที่องครักษ์ยังร้องไห้อยู่เลย ยิ่งปลอบยิ่งร้อง น่าอายมาก

สิ่งที่ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ อย่างเช่น การรับน้อง โดนลงระเบียบ ตอนนั้นรู้สึกไม่มีความสุขและต่อต้านมากแต่พอมานึกถึงในวันนี้ การรับน้องทำให้เรารู้จักกับเพื่อนในเอกเร็วมากขึ้น และรู้นิสัยของกันและกันมากขึ้น เราต้องปรับบางอย่างเพื่อเข้าหากัน เรียนรู้ที่จะอยู่กับเพื่อนอย่างมีความสุข เรียนมหาวิทยาลัยทำให้เราโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนิสัย บุคลิก และจิตใจที่ต้องเข้มแข็งขึ้นด้วย

สิ่งสำคัญที่ยึดเป็นหลักคือ ต้องรู้จักหน้าที่ รู้ว่าเราควรทำอะไรในเวลานั้นๆ และรู้ว่าเราทำไปเพื่ออะไรอนาคตที่วางไว้แค่เรียนจบแล้วมีงานทำคงไม่พอ แต่ต้องสามารถเลี้ยงดูครอบครัวให้มีความสุขรับผิดชอบคนในครอบครัวได้ ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จในชีวิตของจริง